แพ็คเกจและโปรโมชั่น
เพราะความต้องการของคุณสำคัญกับเราที่สุด จึงได้ออกแบบบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของท่านผ่านแพ็คเกจสุขภาพที่คุ้มค่า รวมถึงออกแบบการบริการเฉพาะบุคคล เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
TRIA Signature Massage คือโปรแกรมนวดเอกลักษณ์ของ TRIA Medical Wellness Center ที่ได้รับการออกแบบขึ้นภายใต้ปรัชญา Mind • Body • Soul เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่เพียงการนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อ แต่เป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) โดยผสมผสานศาสตร์การนวดชั้นนำจากหลายประเทศอย่างลงตัว
สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน ทำให้ผิวแน่น เต่งตึง กรอบหน้าชัด ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
เป็นการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับ 25-hydroxyvitamin D หรือ 25(OH)D ซึ่งเป็นค่าหลักที่ใช้ประเมินสถานะวิตามินดีในร่างกาย ผลตรวจช่วยให้แพทย์พิจารณาว่าระดับวิตามินดีอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ต่ำ หรือสูงเกินไป และใช้ประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพร่วมกับข้อมูลด้านอื่น ๆ โดยไม่ควรใช้ผลตรวจเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรค
เป็นศาสตร์การรักษาในแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine – TCM) โดยใช้เข็มขนาดเล็กฝังลงบนจุดลมปราณ (Acupoints) เพื่อปรับสมดุลพลังงาน (Qi) และกระตุ้นการทำงานของร่างกาย
ฟิลเลอร์ หรือ สารไฮยาลูรอนิก ( Hyaluronic acid ) เป็นสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ใช้ฉีดเพื่อเติมหรือเสริมในชั้นใต้ผิวหนัง ลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำตา หรือ เพื่อปรับรูปหน้า เช่น ฉีดบริเวณแก้ม ริมฝีปาก คาง และจมูก เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ บำรุงให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส เช่นบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือ หลังมือ โดยสารเติมเต็ม (สารไฮยาลูรอนิก )ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน จะอยู่ในชั้นผิวได้ไม่ถาวร ส่วนใหญ่จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 2ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของโดยสารเติมเต็ม (สารไฮยาลูรอนิก )ที่ใช้ และ ตำแหน่งที่ฉีด เพื่อให้ได้ความเป็นธรรมชาติ และ ปลอดภัยสูงสุด
Micronutrients & Vitamin D Assessment คือการตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดตามรายการที่แพทย์พิจารณา ร่วมกับการตรวจระดับวิตามินดี โดยทั่วไปจะประเมินจากค่า 25-hydroxyvitamin D หรือ 25(OH)D ผลตรวจช่วยประกอบการพิจารณาภาวะโภชนาการและวางแผนดูแลสุขภาพให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยไม่ควรใช้ผลตรวจเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรค
