Bangpakok Hospital

ศัลยกรรมตาสองชั้น

ศัลยกรรมตาสองชั้น เป็นการแก้ปัญหาสําหรับคนที่มีปัญหาตาเล็ก หางตาตก ชั้นตาหลบใน ทําให้ตาดูเล็ก ไม่เป็นประกาย ดังนั้น การศัลยกรรมตาสองชั้นจึงช่วยเสริมความมั่นใจ และช่วยให้ใบหน้า ดูมีชีวิตชีวา อ่อนเยาว์ และสดใสขึ้น ปัจจุบันการศัลยกรรม ตาสองชั้นเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทําให้การศัลยกรรมตาสองชั้นสามารถทําได้ง่ายขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

ศัลยกรรมแก้หนังตาตก

การทําศัลยกรรมเพื่อแก้หนังตาตก เหมาะสําหรับผู้ที่มีปัญหาชั้นตาตก เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นทําให้ผิวหนังเกินและตกลงมาบังตา ซึ่งอาจจะไม่สามารถใช้วิธีการแก้ไขด้วยเทคนิคแผลเล็ก จึงจําเป็นต้องตัดเอาหนังตาและกําจัดไขมันออก ดังนั้นสามารถแก้ไข ให้สวยงามดูโตขึ้นด้วยการทําตาแบบสองชั้น ด้วยเทคนิคการกรีดเพื่อกําหนดชั้นตาสําหรับผู้มีปัญหาหนังตาตกได้ดี

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเปลือกตาบน

  1. แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว ในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน จะต้องคุมอาการของโรคเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ก่อนที่จะรับการผ่าตัด หากมียาที่ต้องใช้เป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
  2. งดฉีดสารคลายกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หัวคิ้ว และฟิลเลอร์บริเวณส่วนบนของใบหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
  3. งดรับประทานยาในกลุ่มยาที่ต้านเกล็ดเลือด และยาละลายลิ่มเลือด ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันภาวะเลือดไหลออกง่ายในระหว่างการผ่าตัด
  4. งดใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร เช่น น้ำมันปลา วิตามิน และหยุดสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  5. หากมีอาการผิดปกติ เกี่ยวกับผิวหนังบริเวณเปลือกตา เช่น ตากุ้งยิง ตาบวม ผื่นขึ้นตา ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนถึงวันนัดผ่าตัด ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
  6. เตรียมแว่นกันแดด และแว่นสายตา สำหรับคนที่มีค่าสายตามาเพื่อใส่หลังการผ่าตัด
  7. งดใส่คอนแทคเลนส์ รีเทนเนอร์ฟันปลอม เครื่องประดับและของมีค่ามาด้วยในวันผ่าตัด
  8. งดใช้เครื่องสำอางบริเวณใบหน้า เพราะถ้าหากล้างหน้าไม่สะอาด อาจจะทำให้ติดเชื้อได้
  9. ทำความสะอาดร่างกาย ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น อาบน้ำ สระผม ล้างหน้าให้เรียบร้อย
  10. ในวันรับการผ่าตัดสวมเสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้า ที่ใส่สบายและหลวม เพื่อจะได้ถอดใส่ง่าย และไม่สวมเสื้อผ้าที่มีโลหะนำไฟฟ้า
  11. ควรมีคนมารับหลังจากทำเสร็จ ไม่แนะนำให้ขับรถกลับเอง
  12. แนะนำให้หยุดพักงาน เพื่องดใช้สายตาหลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 วัน เพื่อลดการบอบช้ำและหายเร็วยิ่งขึ้น

หลังการผ่าตัดภายใน 2 ชั่วโมง

  1. ควรนอนให้ศีรษะมีระดับที่สูงกว่าปกติและนอนหงาย ประมาณ 30-40 องศา หรือหนุนหมอน 2 ใบ ห้ามนอนตะแคง
  2. ประคบเจลที่มีความเย็นหรือ Gel pack ทันที อย่าให้โดนบริเวณแผลที่ตา ให้ประคบประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก

การดูแลหลังกลับบ้าน

  1. ควรประคบเจลที่มีความเย็น หรือ Gel pack หลังผ่าตัด ในช่วงระยะเวลา 1-3 วันแรก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการเลือดออก และลดบวม โดยระมัดระวังไม่ให้แผลสัมผัสกับความชื้น แต่ถ้าหากมีเลือดซึมบริเวณแผล สามารถใช้ผ้าก๊อซเช็ดและกดบริเวณที่แผล จนกว่าเลือดจะหยุดซึม
  2. ขณะที่นอนหลับพักผ่อนในสัปดาห์แรก ควรนอนให้ศีรษะมีระดับที่สูงกว่าปกติและนอนหงาย ประมาณ 30-40 องศา หรือหนุนหมอน 2 ใบ ห้ามนอนตะแคง เพื่อลดภาวะอาการบวมในช่วง 1-3 วันแรก
  3. หากในวันที่ 3 เกิดอาการบวมช้ำ มีรอยเขียว แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจนเกินไป สลับกับประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
  4. วันที่ 4 เป็นต้นไปควรประคบอุ่นวันละ 2 ครั้งเพื่อเป็นการลดบวมและทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  5. งดเว้นการใช้สายตามากในช่วง 7 วันแรกและควรหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ แนะนำให้ใส่แว่นตาแทน สามารถทำกิจวัตรประจำวันทำงานได้ตามปกติ และไม่ควรขยี้ตา ในช่วง 6 เดือนแรก เพราะจะทำให้ชั้นตาที่เย็บหลุดหรือไม่เท่ากันได้

การดูแลแผลผ่าตัด

  1. การทำแผล ให้ใช้ cotton bud ชุบน้ำเกลือล้างแผลให้ชุ่ม เช็ดบริเวณแผลผ่าตัด (ห้ามถู ขยี้ กรณีมีเลือดออกใช้ cotton bud กดแผลไว้สักครู่เลือดจะหยุดเอง) เช็ดแผลวันละ 2 เวลา คือ เช้า,เย็น ซับแผลให้แห้ง แล้วป้ายยา Terramycin (ยาป้าย/ครีม) บริเวณแผลทุกครั้งหลังล้างแผล
  2. รับประทานยาแก้อักเสบ,ฆ่าเชื้อและลดบวมตามที่แพทย์จัดให้และหากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

ทุก 4-6 ชั่วโมงและปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์

  1. หลังผ่าตัด 7 วันแพทย์จะนัดหมายให้มาพบเพื่อตรวจดูแผลและตัดไหม
  2. หากต้องทำกิจวัตรประจำวันหรือออกไปข้างนอก แนะนำให้ใส่แว่นกันแดดทุกครั้ง เพื่อป้องกันแสงแดดและฝุ่น รวมถึงสิ่งสกปรกขนาดเล็ก

การรับประทานอาหาร/เครื่องดื่ม

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์
  2. งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 เดือนและงดสูบบุหรี่ประมาณ 1 สัปดาห์

เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามากทำให้บวมมากขึ้น และเป็นสาเหตุให้แผลหายช้า อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นได้

  1. เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น ควรเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ไข่, นม, เนื้อสัตว์, ส้ม,น้ำมะนาว เป็นต้น
  • อาจเกิดรอยฟกช้ำบริเวณรอบดวงตาได้ มากหรือน้อยขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละคน แต่จะจางหายไปได้เองภายใน 2- 4 สัปดาห์ หรือสามารถประคบอุ่นตรงบริเวณรอยฟกช้ำเพื่อให้รอยฟกช้ำหายเร็วขึ้น
  • อาจมีขี้ตามากกว่าปกติ หรือรู้สึกตึงหนังตาบนมาก อาการนี้จะหายเองภายใน 2-3 สัปดาห์
  • รูปทรงตาจะเข้าที่เต็มที่ประมาณ 3-6 เดือน

 

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่

Go to top