Bangpakok Hospital

ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมจมูก

เสริมจมูก คืออะไร

เสริมจมูก หรือ การทำศัลยกรรมจมูก คือการผ่าตัดแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนรูปทรงและขนาดของจมูก ให้มีสัดส่วนที่ดูดีและเหมาะกับรูปหน้ามากขึ้น ด้วยการปรับโครงสร้างกระดูกหรือกระดูกอ่อนภายใน และเสริมด้วยวัสดุต่าง ๆ อย่าง ซิลิโคน กระดูกอ่อน หรือสารสังเคราะห์ ตามความเหมาะสมของผู้ทำศัลยกรรมจมูก

ใครบ้างที่ไม่เหมาะ เสริมจมูก

  • มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวานเพราะส่งผลเสียต่อการผ่าตัด
  • อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีภาวะผิดปกติกับการแข็งตัวของเลือด
  • มีแผลติดเชื้อหรือเป็นหวัดบริเวณจมูก แนะนำรักษาให้หายก่อนเข้ารับการผ่าตัด

เสริมจมูก มีกี่แบบ

  1. การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)
  2. การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Endonasal Rhinoplasty)

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก

  1. หยุดใช้ยาต้านการอักเสบประเภท NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
  2. งดใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพร เช่น น้ำมันปลา วิตามิน และหยุดสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  1. ในวันผ่าตัด ไม่ควรแต่งหน้า งดติดขนตาปลอม แนะนำให้สระผมล่วงหน้าก่อนถึงวันผ่าตัด
  2. ในวันผ่าตัด ควรมีคนมารับหลังจากทำเสร็จ ไม่แนะนำให้ขับรถกลับเอง
  3. แนะนำให้หยุดพักงาน หลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 วัน เพื่อลดการบอบช้ำและหายเร็วยิ่งขึ้น
  4. ไม่ควรนำเครื่องประดับ และของมีค่ามาด้วยในวันผ่าตัด
  1. แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว ตั้งแต่เริ่มปรึกษาแพทย์
  2. กรณีทานยาเป็นประจำ ควรนำยามาให้แพทย์ตรวจสอบก่อนการผ่าตัด

หลังการผ่าตัดภายใน 2 ชั่วโมง

  1. ควรนอนให้ศีรษะมีระดับที่สูงกว่าปกติและนอนหงาย ประมาณ 30-40 องศา หรือหนุนหมอน 2 ใบ ห้ามนอนตะแคง
  2. ประคบเจลที่มีความเย็นหรือ Gel pack ทันที อย่าให้โดนบริเวณสันจมูก ให้ประคบระหว่างคิ้วและรอบๆข้างของจมูกทั้งสองข้างให้เท่า ๆ กัน โดยให้น้ำหนักการวางเท่า ๆ กัน

การดูแลหลังกลับบ้าน

  1. ควรประคบเจลที่มีความเย็น หรือ Gel pack หลังผ่าตัด ในช่วงระยะเวลา 1-3 วันแรก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลดอาการเลือดออก และลดบวม โดยระมัดระวังไม่ให้แผลสัมผัสกับความชื้น แต่ถ้าหากมีเลือดซึมบริเวณแผล สามารถใช้ผ้าก๊อซเช็ดและกดบริเวณที่แผล จนกว่าเลือดจะหยุดซึม ควรประคบครั้งละ10-15 นาที วันละ4-5 ครั้ง
  2. ขณะที่นอนหลับพักผ่อน ควรนอนให้ศีรษะมีระดับที่สูงกว่าปกติและนอนหงาย ประมาณ 30-40 องศา หรือหนุนหมอน 2 ใบ ห้ามนอนตะแคง ให้นอนศีรษะหงายเป็นเวลา 1 เดือน โดยใช้หมอนรูปตัว U รองคอ เพื่อให้ซิลิโคนตั้งตรง ไม่เกิดการเอียง/เลื่อน และลดภาวะอาการบวม
  3. หากในวันที่ 3 เกิดอาการบวมช้ำ มีรอยเขียว แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจนเกินไป สลับกับประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม
  4. วันที่ 4 เป็นต้นไปควรประคบอุ่น อย่างน้อยวันละ 4-5 ครั้ง เพื่อเป็นการลดบวมและทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  5. ควรพักผ่อนมากๆ ไม่ควรออกกำลังมาก และหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทก หรือก้มหน้า
  6. งดการใส่แว่นตา ที่มีขา เป็นเวลา 1 เดือน เพราะขาของแว่นตา อาจทำให้จมูกเอียงได้ ถ้าจำเป็นต้องใส่ควรใส่เป็น

คอนแทคเลนส์ หรือแว่นตาแบบไม่มีขา

การดูแลแผลผ่าตัด

  1. การทำแผล ให้ใช้ cotton bud ชุบน้ำเกลือล้างแผลให้ชุ่ม เช็ดบริเวณแผลผ่าตัด (ห้ามถู ขยี้ กรณีมีเลือดออกใช้ cotton bud กดแผลไว้สักครู่เลือดจะหยุดเอง) เช็ดแผลวันละ 2 เวลา คือ เช้า,เย็น ซับแผลให้แห้ง แล้วป้ายยา Terramycin (ยาป้าย/ครีม) บริเวณแผลทุกครั้งหลังล้างแผล
  2. รับประทานยาแก้อักเสบ,ฆ่าเชื้อและลดบวมตามที่แพทย์จัดให้และหากมีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

ทุก 4-6 ชั่วโมงและปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์

  1. หากมีอาการคันจมูก น้ำมูกไหลให้ใช้ cotton bud ค่อยๆเช็ดทำความสะอาดไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ
  2. พลาสเตอร์ที่ดามจมูกไว้ อย่าให้หลุด เนื่องจากพลาสเตอร์เป็นเสมือนเฝือกอ่อน ที่จะคอยพยุงซิลิโคนให้อยู่ในแนวตรงไม่เกิดการเอียง ถ้าพลาสเตอร์ล่อนออก หรือหลุดควรกลับมาให้แพทย์ดูเพื่อตรึงพลาสเตอร์ใหม่
  3. หลังผ่าตัด 7 วันแพทย์จะนัดหมายให้มาพบเพื่อตรวจดูแผลผ่าตัดในช่องจมูก เอาพลาสเตอร์ออกและตัดไหม
  4. หลังจากเอาพลาสเตอร์ออก และจมูกยังมีการบวมให้ประคบอุ่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการบวม จะยุบลงเป็นปกติ
  5. ควรสังเกตทุกวันว่า ซิลิโคนตรง หรือ เอียง ถ้าเอียงให้รีบมาพบแพทย์ทันที
  6. หากต้องทำกิจวัตรประจำวันหรือออกไปข้างนอก แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นรวมถึงสิ่งสกปรกขนาดเล็กที่อาจะทำให้แผลติดเชื้อได้

การรับประทานอาหาร/เครื่องดื่ม

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์
  2. ในช่วง 2-3 วันแรกของการผ่าตัดเสริมจมูกไม่ควรรับประทานอาหารร้อน เนื่องจากเพดานปากกับผนังจมูกอยู่ใกล้กัน

ความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้มีเลือดออกจากแผลผ่าตัดมากขึ้น ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ เพื่อช่วยให้แผลผ่าตัดในจมูกไม่มีการเคลื่อนไหวมาก

  1. งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง หรือ อาหารที่มีกลิ่นฉุน อาจจะทำให้จมูกบวม มีอาการไอ จาม มีน้ำมูก หรือแผลหายช้า เกิดการติดเชื้อในแผลได้
  2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1 เดือน และงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้า ทำให้บวมมากขึ้น และเป็นสาเหตุให้แผลหายช้า เลือดออกง่าย อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นได้
  3. เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และ ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ไข่, นม, เนื้อสัตว์, ส้ม, น้ำมะนาว เป็นต้น เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
  • อาจเกิดรอยฟกช้ำบริเวณรอบดวงตาและจมูกได้ มากหรือน้อยขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละคน แต่จะจางหายไปได้เองภายใน 2- 4 สัปดาห์ หรือสามารถประคบอุ่นตรงบริเวณรอยฟกช้ำเพื่อให้รอยฟกช้ำหายเร็วขึ้น
  • จมูกจะเข้ารูปที่เต็มที่ประมาณ 3-6 เดือน

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่

Go to top