การดูดไขมัน
การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นหัตถการเพื่อปรับรูปทรงร่างกาย โดยนำไขมันส่วนเกินที่สะสมเฉพาะจุดออก เช่น หน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา ต้นแขน ใต้คาง แก้ม และลำคอ
หัตถการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังมีไขมันสะสมบางบริเวณที่ลดยาก การดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก และไม่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพหรือการออกกำลังกายได้
ใครบ้างที่เหมาะกับการดูดไขมัน
ผู้ที่อาจเหมาะกับการดูดไขมัน ได้แก่
- มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง
- มีน้ำหนักใกล้เคียงเกณฑ์ปกติ
- มีไขมันสะสมเป็นจุด ๆ และลดยาก
- ผิวหนังมีความกระชับและยืดหยุ่นพอสมควร
- มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์อย่างเหมาะสม
แพทย์จะประเมินรูปร่าง คุณภาพผิว ปริมาณไขมัน สุขภาพ และความเหมาะสมของแต่ละบุคคลก่อนวางแผนการรักษา
บริเวณที่สามารถดูดไขมันได้
บริเวณที่นิยมทำ ได้แก่
- หน้าท้องและรอบเอว
- สะโพกและต้นขา
- ต้นแขนและบริเวณรักแร้
- ใต้คาง แก้ม และลำคอ
- หน้าอกหรือเต้านมในบางกรณี
- ภาวะเต้านมโตในผู้ชาย
สามารถทำได้หนึ่งหรือหลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์และความปลอดภัยของผู้รับบริการ
ขั้นตอนการดูดไขมัน
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ยาก แล้วสอดท่อขนาดเล็กเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อสลายและดูดไขมันส่วนเกินออก
ระยะเวลาในการทำหัตถการขึ้นอยู่กับจำนวนบริเวณ ปริมาณไขมัน เทคนิคที่ใช้ และรูปแบบการระงับความรู้สึก
การระงับความรู้สึก
การดูดไขมันอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาระงับประสาท การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน หรือการดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัตถการและสุขภาพของผู้รับบริการ
แพทย์และวิสัญญีแพทย์จะร่วมกันเลือกวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับแต่ละบุคคล
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน วิตามิน อาหารเสริม และประวัติการแพ้ยาอย่างละเอียด
แพทย์อาจแนะนำให้
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- งดยาหรืออาหารเสริมบางชนิดตามคำแนะนำ
- งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด
- ตรวจเลือดหรือประเมินสุขภาพเพิ่มเติม
- เตรียมผู้ดูแลและผู้ขับรถพากลับบ้าน
หากมีไข้ เป็นหวัด หรือติดเชื้อ ควรแจ้งแพทย์ก่อนวันผ่าตัด
การดูแลหลังดูดไขมัน
หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง ปวด หรือชาบริเวณที่ทำ ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
ผู้รับบริการอาจต้องสวมชุดกระชับตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อช่วยควบคุมอาการบวมและประคองรูปทรงในช่วงพักฟื้น
คำแนะนำเบื้องต้น ได้แก่
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- เริ่มเดินเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ออกแรงมาก
- ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง
- รับประทานยาและสวมชุดกระชับตามคำสั่ง
- มาพบแพทย์ตามวันนัดทุกครั้ง
ผู้รับบริการส่วนหนึ่งสามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องใช้แรงมากได้ภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนการออกกำลังกายหนักควรรอจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
ผลลัพธ์และระยะเวลาพักฟื้น
รูปร่างอาจเริ่มเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัด แต่ในระยะแรกยังมีอาการบวมอยู่ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง โดยอาจใช้เวลาประมาณ 3–6 เดือนกว่ารูปทรงจะเข้าที่
ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน คุณภาพผิว อายุ สุขภาพ และการดูแลหลังผ่าตัด
การควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยรักษารูปทรงหลังการดูดไขมัน
ความเสี่ยงที่ควรทราบ
การดูดไขมันเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่อาจมีความเสี่ยง เช่น
- เลือดออกหรือติดเชื้อ
- อาการบวม ช้ำ หรือชาชั่วคราว
- ผิวไม่เรียบหรือไม่สมมาตร
- ผิวหย่อนคล้อย
- การสะสมของของเหลวใต้ผิวหนัง
- ปฏิกิริยาจากยาและการระงับความรู้สึก
- ภาวะลิ่มเลือดหรือลิ่มไขมัน ซึ่งพบได้น้อยแต่มีความรุนแรง
ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเมื่อดูดไขมันหลายบริเวณหรือดูดไขมันปริมาณมาก จึงควรเข้ารับบริการกับศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
ควรติดต่อแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ
- ปวดรุนแรงหรือปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มีเลือดออกต่อเนื่องหรือมีเลือดสดปริมาณมาก
- บริเวณแผลบวม แดง ร้อน หรือกดเจ็บมาก
- มีไข้ หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก
- มีอาการผิดปกติที่ทำให้กังวล
การดูดไขมันควรได้รับการประเมินและวางแผนโดยศัลยแพทย์เฉพาะบุคคล เพื่อให้เหมาะสมกับรูปร่าง ความต้องการ และความปลอดภัยของผู้รับบริการ
ปรึกษาปัญหาสุขภาพและสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
-
Line: https://lin.ee/3dsW7BM
-
Facebook Page: m.me/194657480558768
- ติดต่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ โทร. 02-129-5500
