Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
CALL CENTER

น้ำตาลมันร้าย ทำลายอวัยวะ

16 ม.ค. 2563


น้ำตาลมันร้าย!! มากไปเสี่ยงต่อสุขภาพ

     น้ำหนักเพิ่ม โรคอ้วน เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เซลล์เสื่อมสภาพ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ

     ไม่อยากเป็นแบบนี้ ต้องคุมน้ำตาลให้ดี เพราะปกติร่างกายต้องการน้ำตาลเพียง 24 กรัมต่อวัน (ประมาณ 4-6 ช้อนชา หรือเท่ากับน้ำผลไม้เพียง 200 ml) หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะส่งผลในระยะยาว ทำให้ผลิตฮอร์โมนอินซูลินน้อยลงหรือด้อยประสิทธิภาพ เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง

 


หลอดเลือด ความเสี่ยง : หลอดเลือดตีบ

น้ำตาลทำลายหลอดเลือดได้อย่างไร?
     เมื่อมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ ทำลายผนังหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในเส้นเลือด เส้นเลือดฝอยเสื่อม ขาดความยืดหยุ่น เปราะแตกง่าย และอาจเกิดแผลที่ผนังด้านในหลอดเลือด

     ซึ่งเมื่อหลอดเลือดเกิดแผล คอเลสเตอรอล LDL จะสะสมในหลอดเลือดที่เป็นแผล เกิดเป็นกลุ่มไขมันที่ผนังหลอดเลือด ทำให้ท่อในหลอดเลือดตีบลง เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี หลอดเลือดจึงอุดตันง่ายจากก้อนลิ่มเลือด เกิดเป็นภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

     หากหลอดเลือดแข็งตัวเกิดที่สมอง จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดในสมองตีบ หากเกิดที่หัวใจก็จะเกิดโรคหัวใจตีบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

 


ขา ความเสี่ยง : ถูกตัดขา


ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต้องเสี่ยงตัดขา?

     เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ระบบประสาทและหลอดเลือดก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทำลายโดยเฉพาะส่วนปลาย

“เท้า” เป็นอวัยวะที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางมากที่สุด จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการดังต่อไปนี้

• การเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึก เมื่อถูกของมีคมหรือโดนวัตถุที่มีอุณหภูมิสูง หรือการกดรัดที่เท้า ก็จะเกิดแผลโดยไม่รู้ตัว
• โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน เนื้อเยื่อก็จะขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้เกิดเนื้อตาย แผลหายช้า
• การติดเชื้อง่าย เนื่องจากน้ำตาลคือแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อโรค ทำให้เม็ดเลือดขาวกำจัดเชื้อโรคได้ยากขึ้น
• ภาวะเส้นประสาทอัตโนมัติเสื่อม ทำให้ผิวหนังแห้งเป็นแผลง่าย

จากเหตุข้างต้น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสูงเรื้อรัง เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกตัดขา

 


ตับ ความเสี่ยง : ไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ

น้ำตาลเกี่ยวอะไรกับไขมันพอกตับ?
     ภาวะไขมันพอกตับ คือ ภาวะที่มีการสะสมของไขมันในเซลล์ตับ เกิดจากการรับประทานอาหารมัน อาหารหวาน หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ตับได้รับหน้าที่ให้เปลี่ยนอาหารเหล่านี้เป็นไตรกลีเซอไรด์ไว้ใช้งาน แต่หากมีมากเกินไปจนร่างกายใช้ไม่หมด ไตรกลีเซอไรด์ก็จะถูกสะสมไว้ที่ตับแทน เกิดเป็นโรคไขมันพอกตับ

อันตรายจากไขมันพอกตับ
 • เสี่ยงตับอักเสบ
 • เสี่ยงตับแข็ง
 • เสี่ยงมะเร็งตับ

 


ดวงตา ความเสี่ยง : ตาบอด

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานถึงตาบอด?

     นอกจากเท้า อวัยวะที่ควรระวังคือ “ดวงตา” อย่าปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า “เบาหวานขึ้นตา” ซึ่งมีสาเหตุมากจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มีโอกาสให้หลอดเลือดขนาดเล็กในจอตาเสียหาย และมีเลือดคั่งจนอาจทำให้มีเลือดออกที่จอประสาทตา เกิดการอุดตันในหลอดเลือด ทำให้ตาบวม มองไม่เห็น จอตาฉีกขาด และตาบอดในที่สุด

     ยิ่งป่วยเป็นเบาหวานนาน ยิ่งมีโอกาสพบโรคเบาหวานขึ้นตามากขึ้น จากสถิติป่วยเป็นเบาหวาน 10 ปี มีโอกาสพบโรคเบาหวานขึ้นตา 10% แต่ป่วย 15 ปี กลับเพิ่มถึง 50% หากเป็นเบาหวานนานถึง 25 ปี โรคเบาหวานขึ้นตามีโอกาสพบเพิ่มขึ้น 80-90%

 


สมอง ความเสี่ยง : ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง-ต่ำ ปวดศีรษะ ลมชัก หมดสติ และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต

     สัญญาณอันตรายของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือ Hyperglycemia
หากระดับน้ำตาลในเลือดสูง เราจะรู้สึกกระหายน้ำมาก คลื่นไส้ ปัสสาวะบ่อยและมากผิดปกติ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ตาพร่ามัว ซึม และอาจหมดสติ หรือชักกระตุกเฉพาะที่

เป็นเบาหวานทำไมต้องกลัวน้ำตาลต่ำ?
     ภาวะน้ำตาลต่ำ คือมีระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 70 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานได้หลายสาเหตุ เช่น ได้รับอินซูลินมากเกินไป รับประทานอาหารน้อยกว่าปกติหรือไม่เพียงพอ น้ำตาลในร่างกายถูกใช้หมดเร็วเกินไป

     ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เวียนศีรษะ ฉุนเฉียวง่าย ปวดศีรษะ สายตาพร่า ง่วงซึม ถ้ารุนแรงอาจมีอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีก หมดสติ ชัก และเสียชีวิตได้

ความน่ากลัวของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ คือ อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต


#TRIA #Happylonglife #Diabetes #CGM #เบาหวาน #น้ำตาลมันร้าย #หลอดเลือดตีบ #หลอดเลือดแข็ง #ไขมันพอกตับ #เบาหวานรักษาได้

 

 

Go to top
Copyright @ 2017 TRIA Medical Wellness All rights reserved.